วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

พระราชอัจฉริยภาพ


พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่สนพระทัยใฝ่รู้และทรงศึกษาอย่างจริงจัง ทรงมีพระราชอัจฉริยภาพหลายด้านได้แก่

ด้านการดนตรี
พระอัจฉริยภาพอีกประการหนึ่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ชาวไทยรู้จักกันดี คือ พระองค์ท่านโปรดการดนตรี เป็นอย่างยิ่ง ดังจะเห็นได้จากเพลงพระราชนิพนธ์ซึ่งมีทำนองทั้งหมด 47 เพลง นอกจากจะมีความไพเราะแล้ว เพลงพระ ราชนิพนธ์เหล่านี้ยังแพร่หลายไปยังต่างประเทศ ให้ชาวต่างประเทศได้ประจักษ์และยอมรับในพระปรีชาสามารถของ พระองค์ท่านด้วย

ด้านการกีฬาและหัตกรรม
เมื่อปีพ.ศ. 2510 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระฐานะเป็นนักกีฬาตัวแทนของประเทศไทยลงแข่งขันเรือใบ ซึ่ง เป็นกีฬาที่โปรดเป็นพิเศษในกีฬาแหลมทองครั้งที่ 4 ด้วยพระปรีชาสามารถ พระองค์ทรงชนะเลิศรางวัลเหรียญทอง จากการแข่งขันครั้งนั้น นำมาซึ่งความปลื้มปิติแก่พสกนิกรไทยถ้วนหน้า(พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจิมเรือไมโครมด MM2 )
ไม่เพียงแต่พระองค์จะโปรดการเล่นเรือใบเท่านั้น หากในยามที่ทรงเว้นว่างจากพระราชกรณียกิจ จะทรงใช้เวลาออก แบบและสร้างเรือใบด้วยฝีพระหัตถ์ของพระองค์เอง เรือใบที่ทรงออกแบบมิได้ตามแบบอย่างของต่างประเทศ ทรงพระ ราชทานนามเรือใบลำนั้นว่า "เรือใบมด" (MOTH)



ด้านจิตรกรรม
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงฝึกฝนเขียนภาพด้วยพระองค์เอง รวมทั้งทรงศึกษาจากตำราต่าง ๆ เมื่อสนพระทัยงาน เขียนของศิลปินผู้ใด ก็จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมศิลปินผู้นั้นถึงที่พัก เพื่อทอดพระเนตรวิธีการทำงานของศิลปิน ผู้นั้นเมื่อทรงเข้าพระทัยการทำงานของเขาอย่างถ่องแท้แล้ว ก็จะทรงนำวิธีการเหล่านั้นมาทรงฝึกฝน และทรงสร้างสรรค์ งานของพระองค์ขึ้นมาใหม่ให้เป็นแบบฉบับของพระองค์เอง

ด้านประติมากรรม


เป็นงานอีกด้านหนึ่งที่ทรงศึกษาค้นคว้าเทคนิควิธีการ ทั้งการปั้น การหล่อและการทำแม่พิมพ์จากหนังสือและทรงลงมือ ปฏิบัติด้วยตนเอง



ด้านภาพถ่าย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยในการถ่ายภาพมาตั้งแต่ครั้งพระชันษา 8 พรรษา สมเด็จพระราชชนนี ประทานกล้องถ่ายรูปของฝรั่งเศสแก่พระองค์ท่าน เมื่อครั้งโดยเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จนิวัตพระนครครั้งแรก ทรงถ่ายภาพประชาชนที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชอยู่ตลอดเวลา พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวทรงพระปรีชาสามารถในการถ่ายรูปยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นกล้องธรรมดาหรือกล้องถ่ายภาพยนตร์ และทรงเชี่ยวชาญ ในการล้างฟิล์ม การอัดขยายภาพทั้งขาว-ดำและภาพสี ทรงมีห้องมืดของพระองค์เองทรงสนพระทัยที่จะคิดค้นหา เทคนิคใหม่ ๆ ในการถ่ายภาพอยู่เสมอ

ด้านเครื่องกล
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยปัญหาเรื่องน้ำมาเป็นเวลานานเมื่อทรงทราบว่ากรุงเทพฯและแม่น้ำเจ้าพระยา ตอนล่างได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำเน่าเสียอยู่ในขั้นวิกฤตรุนแรงจึงทรงคิดค้นประดิษฐ์เครื่องกลเติมอากาศเพื่อแก้ไข ปัญหาดังกล่าว โดยพระราชทานให้กรมชลประทานและมูลนิธิชัยพัฒนาดำเนินการผลิตเครื่องเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้า แบบทุ่นลอยนี้มีชื่อว่า "กังหันชัยพัฒนา" สามารถลอยขึ้นลงได้เองตามระดับน้ำ มีใบพัดที่ออกแบบเป็นซองตักน้ำรูปสี่ เหลี่ยมคางหมูจำนวน 6 ซอง โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 2 แรงม้าสำหรับขับเคลื่อนซองน้ำให้หมุนรอบเป็นวงกลม ทั้งนี้ ใช้หลักการวิดน้ำขึ้นไปสาดกระจายให้เป็นฝอยในอากาศ ทำให้น้ำสัมผัสกับอากาศได้อย่างทั่วถึง ส่งผลให้ปริมาณ ออกซิเจนในอากาศสามารถละลายผสมผสานเข้าไปในน้ำได้อย่างรวดเร็ว


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น