ด้านการส่งเสริมการเกษตรและชลประทาน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงสนพระราชหฤทัยในด้านการส่งเสริมการเกษตรเป็นอย่างยิ่ง พระราชกรณียกิจของพระองค์ที่เกี่ยวกับการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎรนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับทางด้านการเกษตร และการชลประทาน เนื่องจากทรงเห็นว่าราษฎรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร และค่อนข้างอยู่ในฐานะยากจน พระองค์จึงทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อสนับสนุน ส่งเสริม และช่วยเหลือกิจกรรมเกี่ยวกับการเกษตรของชาติเป็นสำคัญ ราษฎรไทยจึงพร้อมใจกันถวายพระเกียรติว่า “ กษัตริย์เกษตร ” นอกจากพระองค์จะทรงส่งเสริมการเกษตรโดยตรงแล้ว พระองค์ยังทรงฟื้นฟู และปรับปรุงพระราชพิธีมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งเป็นพระราชพิธีที่เคยมีมาแต่โบราณกาลครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป
เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ประชาชนไทยประมาณร้อย 80 เป็นเกษตรกร และส่วนมากก็เป็นชาวนาชาวไร่ หรือเป็นเกษตรกรที่ยากจนปัญหาด้านความเดือดร้อนของราษฎรที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรเห็นส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเกษตร ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจในประเทศ จึงทรงโปรดเกล้าฯให้มีการส่งเสริมและพัฒนาด้านเกษตรกรรมในทุกแขนงอย่างจริงจัง มาใช้กับกิจกรรมด้านการเกษตรและปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรอย่างถูกต้องสมบูรณ์และครบวงจรทุกขั้นทุกตอน
ปัญหาของราษฎรในด้านการเกษตร
ประเทศไทยเคยเป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติอย่างอุดมสมบูรณ์ เป็นประเทศเกษตรกรรมที่มีชื่อเสียงในด้านเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ ดังคำว่า ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว และชาวนาเป็นกระดูกสันหลังของชาติ เป็นต้น แสดงให้เห็นว่าเมืองไทยนี้ เป็นเมืองอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติมาแล้วในอดีต ปัจจุบันประเทศไทยก็ยังเป็นประเทศเกษตรกรรมแต่เป็นเกษตรกรรมที่มีปัญหาความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ นา ไร่ สวน สภาพที่ดินทำกิน การผลิตและด้านอื่นๆในการทำเกษตรเริ่มมีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย ด้วยเหตุนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงหาแนวต่างๆในการส่งเสริมพัฒนาการเกษตรไทยให้ดีขึ้นทุกวิถีทาง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและการเป็นอยู่ของเกษตรกรไทย ซึ่งเป็นคนยากจนและเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศให้ดีขึ้น โดย ถ้าส่งเสริมการเกษตรให้เกษตรกรส่วนใหญ่มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ก็จะช่วยแก้ปัญหาของชาติได้มากเกินครึ่งทีเดียวดังนั้น การแก้ไขปัญหาของราษฎรจึงทรงเน้นในด้านเกษตรกรรมเป็นหลัก โดยทรงเริ่มศึกษาเรื่องพืชโดยการปลูกพืชบนดาดฟ้าพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน รวมทั้งในบริเวณสวนจิตรลด
า ซึ่งปัจจุบันก็ยังทรงศึกษาอยู่โดยเฉพาะเรื่องข้าว พืชตระกูลถั่ว เป็นต้น นอกจากนี้ก็ได้ทรงศึกษานอกพระราชฐานเกี่ยวกับการพัฒนาที่ดิน การจัดสรรที่ดินให้ราษฎรทำกิน ทรงมีพระบรมราโชบายให้ปลูกข้าวเป็นหลัก เนื่องจากข้าวนั้นเป็นอาหารหลักของคนไทย ส่วนพืชไร่พืชสวนอื่นๆนั้น เกษตรกรสามารถปลูกเอาตามความสามารถของแต่ละคน เพระถ้าส่งเสริมให้ปลูกพืชอื่นแล้ว เกษตรกรก็ยังคงต้องซื้อข้าวมาบริโภคก็จะทำให้ถูกเอาเปรียบได้ ยังทรงมีพระราชดำริส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ เช่น เป็ด ไก่ สุกร ควบคู่ไปด้วย เพื่อจะได้มีอาหารประเภทโปรตีนไว้บริโภค พระองค์ทรงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมฐานะความเป็นอยู่ของเกษตรกรเหล่านั้นให้สามารถพึ่งตนเอง และมีฐานะเป็นมั่นคง ถ้าทำได้สำเร็จและแผ่ขยายไปทั่วประเทศแล้ว ก็จะทำให้ประเทศไทย มีความมั่นคงโดยส่วนรวมด้วย 
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น